▶ Money Plus Special (26/08/69)
**คัดหุ้นเด่น ลุ้นจังหวะกลับตัว รับเงินไหลเข้า
** สรุปสภาวะตลาดและการเคลื่อนย้ายของเงินทุน
* ตลาดปัจจุบันเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound): ดัชนี SET เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down ในกรอบแนวโน้มขาลง (Down Trend Channel) ของกราฟราย 30 นาที การที่ดัชนีเด้งขึ้นมายังไม่สามารถเรียกว่าเป็นขาขึ้นรอบใหม่ได้ จนกว่าจะทะลุผ่านด่านสำคัญที่ 1,620 จุด ขึ้นไปให้ได้สำเร็จ โดยมีกรอบแนวรับด้านล่างอยู่ที่ 1,600 และ 1,594 จุด หากดัชนีหลุด 1,600 จุด จะมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,580 จุด ซึ่งเป็นเส้น EMA 50 วัน โดยมีเส้น EMA 75 วันคอยทำหน้าที่เป็น Dynamic Support พยุงโครงสร้างระยะกลาง-ยาว ทั้งนี้ หากดัชนีปรับตัวหลุดระดับ 1,575 จุด จะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่การปรับฐานใหญ่
* การหมุนเวียนกลุ่มเล่น (Sector Rotation): เงินทุนไม่ได้หายไปจากตลาด แต่สลับหมุนเวียนกลุ่มลงทุน โดยเริ่มเห็นเงินทุนไหลออกจากกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น (Energy & Refining เช่น PTT, PTTEP, TOP) จากปัจจัยกดดันเชิงมหาภาค แล้วสลับทิศทางหมุนเข้าสู่กลุ่มธนาคาร (เช่น KBANK, KKP, KTB) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (เช่น GPSC) ที่มีโมเมนตัมทางเทคนิคและปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ
** เทคนิคการดูสัญญาณหุ้นลุ้นกลับตัว
จากมุมมองคุณพงศ์พัฒน์ สามารถสรุปเครื่องมือเทคนิคเพื่อจับสัญญาณหุ้นกลับตัวได้ :
* RSI Bullish Divergence ในภาพระยะสั้น: สังเกตในกราฟราย 30 นาที เมื่อราคาหุ้นหรือดัชนีกระแทกตัวลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) แต่ตัวชี้วัด RSI กลับไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ตาม หรือรอบล่าสุดไม่ลงไปเกิดภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เหมือนรอบก่อนหน้า บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มแผ่วลงและลุ้นดีดกลับ
* รูปแบบแท่งเทียนกลืนกินขาขึ้น (Bullish Engulfing): เกิดเมื่อวันก่อนหน้ามีแรงขายหนัก แต่ในวันถัดมากลับมีแรงไล่ซื้อกลับคืนอย่างรุนแรงจนแท่งเทียนปิดสีเขียวกลบแรงขายเดิมทั้งหมด สะท้อนถึงการเข้ามาเก็บหุ้นอย่างแท้จริงจากกลุ่มลงทุนบางกลุ่มเพื่อเก็งกำไรการกลับตัว (เช่น หุ้น BGRIM)
* การทะลุผ่านเส้นกดแนวโน้มขาลง (Down Trend Line): การที่ราคาปิดสามารถเบรคผ่านเส้นกดนี้ขึ้นไปได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเร่งโมเมนตัมการปรับตัวขึ้น (เช่น หุ้น GULF)
* การยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวและการเกิด Golden Cross: การฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสะสมพลัง เช่น เส้น 200 วัน หรือการเกิด Golden Cross ที่เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นระยะยาว (เช่น เส้น 20 วัน ตัดเหนือเส้น 200 วัน) ซึ่งจะช่วยยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มในภาพใหญ่ขึ้น (เช่น PR9, GPSC)
** หุ้นเด่นและหุ้นปันผลจูงใจ
* หุ้นลุ้นกลับตัวเด่นทางเทคนิค:
* GULF: เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่น่าสนใจและน่าลุ้นที่สุดในกลุ่มเนื่องจากเป็นหุ้นแลกการ์ด (Laggard) ที่ราคายังไม่วิ่งไปไกล ราคากำลังจ่อวัดใจเพื่อเบรคทะลุเส้น Down Trend Line แถว 64.25 บาท หากเบรคและยืนได้สำเร็จจะมีเป้าหมายการขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 65.5-66 บาท
* BGRIM: ราคาพุ่งขึ้นแรงตอบรับสัญญาณกลับตัวประเภท Bullish Engulfing ก่อนหน้านี้จนทะลุแนวต้าน 19.5 บาทขึ้นมาชน high เดิมแถว 21.10 บาท ในเชิงกลยุทธ์ราคาขึ้นมาค่อนข้างตึงตัวแล้ว ไม่ควรไล่ราคา ให้รอรับเมื่อย่อยตกลงมาแถว 19 บาท
* GPSC: เกิดสัญญาณ Golden Cross และ RSI Recovery ฟื้นตัวจากแนวรับอย่างมั่นคง โดยมีแผน PDP26 เป็นตัวเร่งนโยบาย เป้าหมายต้านสำคัญอยู่ที่ 55 บาท และต้านใหญ่ของบัวหลวงประเมินที่ 57-60 บาท โดยแนะนำรอซื้อเมื่อย่อตัวลึกแถว 51 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุนเมื่อต่ำกว่า 50 บาท
** 2 หุ้นเด่นทางเทคนิค :
* PR9: ภาพใหญ่เป็นการย่อเพื่อขึ้นต่อ หลังเกิดสัญญาณ Golden Cross (เส้น 20 ตัด 200 วัน) แนะนำหาจังหวะรับเมื่อราคาย่อตัวแถว 18.3-18.4 บาท ลุ้นขึ้นไปปิด Gap แถว 19.3 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 18 บาท
* PTG: มีโอกาสปิดยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เพื่อสร้างโมเมนตัมขึ้นไปปิด Gap แถว 8.15 บาท และลุ้นเป้าถัดไปแถว 8.45 บาท แนวรับประเมินแถว 7.8 บาท และจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 7.6 บาท
** มุมมองต่อหุ้น :
* TTB: ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.081 บาทต่อหุ้น (จากเดิมคาด 0.07 บาท) จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 7 กันยายน และจ่ายเงินปันผลจริงในวันที่ 25 กันยายน มีเป้าหมายเชิงจิตวิทยาความหวังแถว 3 บาท
* KBANK: คาดการณ์ปันผลสวยงามและมีโอกาสได้ลุ้นรับปันผลพิเศษเพิ่มเติม
* KTC: ได้อานิสงส์เชิงบวกจากการซื้อกิจการทวงหนี้ Winference 100% บล.บัวหลวง คาดกำไรปีนี้ทำ New Record และให้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่า 5%
* LH: เหมาะสำหรับการเน้นสะสมถือยาวเพื่อรับปันผล ในทางเทคนิคแม้ราคาแกว่งตัวออกข้างแถวแนวรับ 3.6 บาท แต่ตัวชี้วัด MACD ยกตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนแรงสะสมของกลุ่มลงทุน มีเป้าหมายฟื้นตัวกลับไปแถว 4.0-4.5 บาท โดยตั้งจุดตัดขาดทุนหากหลุด 3.3 บาท
** ความรู้ระหว่างบรรทัดและจิตวิทยาการลงทุน
* ความน่าจะเป็นของเครื่องมือทางเทคนิค: กราฟเทคนิคเป็นการสะท้อนจิตวิทยามวลชนในอดีต ซึ่งพฤติกรรมมนุษย์มักจะเปลี่ยนยากทำให้รูปแบบกราฟเกิดความซ้ำรอย อย่างไรก็ตาม การลงทุนทางเทคนิคไม่มีความแม่นยำ 100% นักลงทุนหวังผลความแม่นยำเพียงแค่ 55% ถึง 60% ก็ถือว่าสร้างโอกาสชนะในระยะยาวที่ได้เปรียบตลาดมากพอแล้ว
* การวิเคราะห์เงินไหลเข้า-ออก (Money Flow): การติดตามทิศทางไหลของเงินทุนไม่ควรสังเกตเพียงวันเดียว แต่ต้องพิจารณาย้อนหลังอย่างน้อย 5 วันทำการเพื่อจับทิศทางแนวโน้มที่แท้จริง การดูทิศทางเงินไหลออกจะช่วยเตือนสติไม่ให้นักลงทุนรีบร้อนเข้าไป "รับมีด" ในหุ้นที่ยังมีแรงขายหนาแน่นอยู่
* การจับคู่ใช้ Timeframe (เล็งยาว-ยิงสั้น): การเลือกหุ้นหรือ "การเล็ง" ควรพิจารณาจากกราฟที่มี Timeframe ขนาดใหญ่ (เช่น รายวัน/Day) เพื่อดูทิศทางและแนวโน้มหลัก ส่วนจังหวะเข้าซื้อขายจริงหรือ "การยิงคำสั่ง" ควรดึงภาพ Timeframe ที่เล็กลงมาประกอบ (เช่น ราย 30 นาที) เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำของจุดซื้อขาย
** คำแนะนำสำคัญสำหรับนักลงทุน
* ลดขนาดพอร์ตเมื่อตลาดผันผวนอ่อนแอ: ในช่วงที่ดัชนีตลาดยังทำได้เพียงแค่ฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) และภาพรวมยังเป็น Sideway Down นักลงทุนควร "ปรับลดน้ำหนักการลงทุนลง" เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดสะสม และควรรอใส่เงินน้ำหนักเต็มที่เฉพาะช่วงที่ตลาดกลับเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ที่ชัดเจนแล้วเท่านั้น
* อดทนรอไม่ไล่ราคาเมื่อตกรถ: เมื่อหุ้นผ่านจุดเริ่มต้นของการกลับตัวไปแล้ว (เช่น BGRIM, GPSC) หากราคาพุ่งขึ้นไปสูงแล้ว นักลงทุนต้องรู้จัก "รอคอยเฉย ๆ" ปล่อยให้ราคาหุ้นย่อตัวกลับมาทดสอบแนวรับสำคัญก่อนจึงค่อยพิจารณาเข้าซื้อ การตกรถและยอมอดทนรอ ปลอดภัยกว่าการฝืนไล่ราคาแล้วเสี่ยงติดดอย
* ทำการบ้านหุ้นรายตัวแบบเจาะลึก (Stock Picking): หลีกเลี่ยงการเทรดเป็นธีมกลุ่มอุตสาหกรรมในสภาวะตลาดเช่นนี้ เนื่องจากหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันก็พร้อมที่จะวิ่งสวนทางแยกกันไปคนละทิศได้ (เช่น AMATA และ WHA ที่แยกทางกัน หรือกลุ่มโรงไฟฟ้า) นักลงทุนจึงต้องใช้ความเพียรในการเปิดดูและประเมินสัญญาณเทคนิคเป็นรายตัว
* ค้นหาแนวทางและข้อได้เปรียบของตนเอง: นักลงทุนควรหาแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับรูปแบบชีวิตและความสุขของตนเอง (ไม่ว่าจะเป็นสายเก็งกำไรระยะสั้น, ถือยาวพื้นฐาน หรือสายผสมผสาน Hybrid) และต้องมองหา "ข้อได้เปรียบ" ของตัวเราเองในการลงทุนให้เจอก่อนลงสนามจริง
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (26/08/69)
**ACT LIKE A CHAMPION หาหุ้นลุ้นกลับตัวรับเงินไหลเข้า! วิเคราะห์กราฟ AMATA BGRIM GPSC GULF KKP คุณพงศ์พัฒน์ (26/08/69) 15.15 น.
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








