▶ Money Plus Special (11/08/69)
***ส่องทิศทางดัชนี SET และคัดหุ้นเด่นเมื่อเงินไหลออกจากกลุ่มแบงก์
**วิเคราะห์แนวโน้ม SET Index และกลยุทธ์การเทรด
* สถานะตลาด: ตลาดกำลังสะสมกำลังเพื่อพยายามทะลุ 1,630 จุด แต่อัตราเร่ง (Acceleration) ลดลงเพราะหุ้น DELTA ไม่ได้ทำหน้าที่ "เดอะแบก" ในการลากตลาดแรงเหมือนเดิม
* แนวรับสำคัญ: อยู่ที่ 1,606 จุด และแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด
* แนวต้านสำคัญ: 1,630 จุด หากผ่านได้จะไปลุ้นปิด Gap ที่ 1,650 จุด
* กลยุทธ์: ไม่แนะนำให้ไล่ราคา แต่ให้ "รอซื้อเมื่อย่อตัว" (Buy on Dip) ในโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบฟื้นตัว
** เจาะลึกกลุ่มธนาคาร (จาก "ซื้อ" เป็น "ถือ")
* มุมมองภาพรวม: ปรับลดน้ำหนักจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" เนื่องจากราคาหุ้นขึ้นมาแรงจนผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ลดความน่าสนใจลง และเริ่มเห็นสัญญาณทางเทคนิคเชิงลบ (Bearish Divergence)
** วิเคราะห์รายตัว:
* KTB: ชอบมากที่สุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่ เพราะคุณภาพสินทรัพย์ดี (หนี้ภาครัฐเยอะ) Credit Cost ต่ำ และต่อยอดจากฐานข้อมูลแอปฯ เป๋าตังได้ดี เป้าหมาย 38.50 บาท
* KKP: ตัวเดียวที่แนะนำ "ซื้อ" ในกลุ่มแบงก์กลาง-เล็ก เพราะปรับกลยุทธ์ไปเน้นธุรกิจตลาดทุน (Prime Brokerage) และ Wealth Management แทนการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่เสี่ยงสูง เป้าหมาย 120 บาท
* BBL: น่าสนใจน้อยที่สุด เพราะไม่มีนโยบายดึงดูดนักลงทุน เช่น การเพิ่ม Payout Ratio หรือการซื้อหุ้นคืน เป้าหมาย 184 บาท (ต่ำกว่าราคาตลาด)
* KBANK: กังวลเรื่องการตั้งสำรอง (Credit Cost) ที่อาจสูงถึง 1.6% ซึ่งกดดันกำไร เป้าหมาย 230 บาท
* TISCO: จ่ายปันผลดีสม่ำเสมอ (Yield ~6%) เน้นสินเชื่อรถ EV ที่ลูกค้าโปรไฟล์ดี แต่ราคาปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว เป้าหมาย 115 บาท
* TTB: การ "ซื้อหุ้นคืน" เริ่มได้ผลน้อยลงเพราะราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV > 1.1) เป้าหมาย 2.40 บาท
* SCB: เด่นเรื่องปันผลสูง แต่มีความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์คล้าย KBANK เป้าหมายเฉลี่ย 158 บาท
**ความรู้ระหว่างบรรทัด
* กลยุทธ์การยืดวัฏจักรธนาคาร: ปกติแบงก์เป็นหุ้นวัฏจักร (Pro-cyclical) ที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ แต่ธนาคารไทยพยายาม "ยืด" รอบขาขึ้นด้วยการหา รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-net Interest Income) และการเพิ่ม Dividend Payout Ratio เพื่อประคองความน่าสนใจ
* เกราะป้องกันราคา: แบงก์ที่มีนโยบายซื้อหุ้นคืน จะมีแนวรับธรรมชาติที่ระดับ P/BV เท่ากับ 1 เท่า หากราคาลงมาต่ำกว่านั้น ธนาคารมักจะเข้าซื้อหุ้นคืนเพื่อพยุงราคา
* การโยกย้ายกลุ่มเล่น (Sector Rotation): เริ่มเห็นสัญญาณเงินไหลออกจากกลุ่มธนาคาร ไปยังกลุ่มที่เข้าสู่ High Season เช่น ท่องเที่ยว หรือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐและการบริโภคในประเทศ เช่น รับเหมา, นิคมฯ และค้าปลีก
** คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
* การสะสมหุ้นปันผล: สำหรับผู้ที่มีต้นทุนต่ำอยู่แล้ว แนะนำให้ถือต่อ เพื่อรับปันผลที่ยังอยู่ในระดับสูง (5-7%) แต่การเข้าซื้อใหม่ต้องระมัดระวังเรื่องราคาที่ "Overprice" เกินพื้นฐานไปบ้าง
* การเลือกหุ้น: เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและราคาได้รับ "บทลงโทษ" จากข่าวร้ายไปแล้วจนเริ่มมี Margin of Safety เช่น WHA (เป้าหมายรอรับ 4.74 บาท) ที่ได้รับแรงกดดันจากข่าวควบคุม Data Center ซึ่งมองว่าเป็นเพียงปัจจัยทางจิตวิทยา หรือ MAJOR (แนวรับ 6.40-7.00 บาท) ที่มีหน้าหนังแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง
* วินัยการลงทุน: ใช้ Trailing Stop Loss เพื่อล็อกกำไรในกรณีที่ราคาหุ้นย่อตัวลึกจนเสียทรง และหมั่นฟังมุมมองที่แตกต่างเพื่อนำมาถ่วงน้ำหนักการตัดสินใจของตนเอง
( **มุมมอง : คุณอภิสิทธิ์ ภัทรสกลเกียรติ (บล.SBITO) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (11/08/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (11/08/69)
** SET รีดพลังเตรียมฝ่าด่าน 1,630 จุด วางแผนอย่างไร? มองแนวโน้ม BBL KBANK KTB KKP TISCO TTB คุณอภิสิทธิ์ (11/08/69) 15.15 น.
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








