▶ Money Plus Special (13/07/69)
***ส่องทิศทางหุ้นแบงก์ : รับมือฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2
** ภาพรวมตลาดและปัจจัยหนุน (Market Outlook)
* ดัชนี SET: ตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น (Bull Market) โดยปรับตัวขึ้นมาเกือบ 30% จากต้นปี ปัจจุบันเทรดที่ PE ประมาณ 17 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ 15-16 เท่า ทำให้ Upside เริ่มจำกัด
* ปัจจัยต่างประเทศ: สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะกดดันราคาน้ำมันแต่ตลาดหุ้น (Wix Index) ยังไม่กังวลรุนแรงเท่าช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน มองเป็นการหยั่งเชิงกันมากกว่า
* ปัจจัยในประเทศ: งบประมาณปีล่าสุดและการผ่านกฎหมายเงินกู้ 400,000 ล้านบาท เป็นแรงหนุนสำคัญต่อกลุ่มสถาบันการเงินจากการคาดการณ์ว่าสินเชื่อจะเติบโตตามการลงทุนภาครัฐ
* Fund Flow: ต่างชาติซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ซื้อไปแล้วประมาณ 55,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากการไหลออกของเงินจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่มีปัญหาเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
** คาดการณ์งบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มแบงก์
คุณธนเดช คาดการณ์กำไรรวมกลุ่มแบงก์ไว้ที่ประมาณ 59,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม:
* กลุ่มที่โตทั้ง YoY และ QoQ: TCAP, TISCO และ TTB
* กลุ่มที่โต YoY แต่ลดลง QoQ: KBANK, KKP, KTB และ Thai Credit โดย KKP โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนี้ด้วยการเติบโต YoY ถึง 26% จากอานิสงส์ตลาดทุน
* กลุ่มที่ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ: BBL และ SCB (SCB คาดกำไรฟื้นตัว 10% จากไตรมาสแรกที่ฐานต่ำ)
** วิเคราะห์เจาะลึกรายตัว (Individual Analysis)
* TISCO: กำไรไม่แย่ NIM ยังปรับเพิ่มขึ้นได้สวนทางแบงก์อื่น แต่ราคาปัจจุบัน (126 บาท) ถือว่าตึงตัวมากเมื่อเทียบกับพื้นฐานที่ 115 บาท (PBV 2.3 เท่า)
* KKP: เป็น "ม้ามืด" ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากวอลลุ่มตลาดหุ้นที่สูงถึง 6-7 หมื่นล้านบาทต่อวัน คาดกำไรปีนี้โต 22% สูงสุดในกลุ่ม แต่ราคาปัจจุบันเกินพื้นฐานที่ 100 บาทไปแล้ว
* TCAP: กำไรโตจากการลดสำรองหนี้ของราชธานีลิสซิ่งที่คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น เน้นถือเพื่อรับปันผล (Yield 5.4%) เป้าพื้นฐาน 71 บาท
* BBL: เป็นหุ้น "Laggard Play" ที่เพิ่งขยับขึ้นตามกลุ่ม แม้คาดกำไรปีนี้ลดลง 6% แต่ได้แรงหนุนจาก Fund Flow และ PBV ที่ยังต่ำ (0.6 เท่า) ปรับคำแนะนำจากถือเป็น ซื้อ เป้า 213 บาท
* SCB: คล้าย BBL คือเป็นหุ้นแถวสองที่ Fund Flow ไหลเข้า และมีจุดเด่นที่ปันผลสูง (คาด 6.6%) อย่างไรก็ตามต้องระวังผลขาดทุนจาก Virtual Bank ในระยะแรก เป้าพื้นฐาน 148 บาท
** ความรู้ระหว่างบรรทัด
* การหมุนเวียนกลุ่มหุ้น (Sector Rotation): เมื่อหุ้นธนาคารแถวหน้า (First Tier) อย่าง KBank หรือ KTB ปรับขึ้นจนเต็มมูลค่า เงินจะไหลเข้าสู่หุ้นแถวสอง (Second Tier) อย่าง BBL และ SCB ที่ยังเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Low PBV)
* อานิสงส์จากตลาดทุน: แบงก์ที่มีธุรกิจลูกเกี่ยวข้องกับตลาดทุน (เช่น KKP, TISCO) จะมีกำไรเซอร์ไพรส์ในช่วงที่วอลลุ่มตลาดคึกคัก แม้สินเชื่อหลักอาจไม่โตมาก
* กลยุทธ์ "Sell on Fact": ราคาหุ้นแบงก์มักปรับขึ้นดักหน้าข่าวดีไปแล้ว หากงบออกมาแค่ "ตามคาด" หรือ "ดีแต่ไม่ว้าว" มีโอกาสสูงที่จะโดนแรงขายทำกำไรระยะสั้น
** คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
* ผู้ที่ขายหมูไปแล้ว: อย่าไล่ราคา ให้รอจังหวะย่อตัวหลังประกาศงบ โดยเฉพาะหุ้นที่ยังเทรดต่ำบุ๊กอย่าง BBL และ KBank
* ผู้ที่ถืออยู่และมีกำไรเยอะ: ให้ "ถือต่อ" (Run Profit) แต่หากกังวลความผันผวนหลังงบออก สามารถแบ่งขายทำกำไรออกมาบางส่วน (1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่ง) เพื่อลดความเสี่ยง
* ผู้ที่เน้นปันผล: หุ้นแบงก์ยังให้ Yield ที่จูงใจ (เฉลี่ย 5-6%) สามารถถือยาวได้ แต่ควรตรวจสอบว่าราคาหุ้นที่ขึ้นมาสูงกว่าปันผลที่จะได้รับหรือไม่ หากกำไรจากราคาหุ้น (Capital Gain) สูงมาก การแบ่งขายก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว
* Top Picks: คุณธนเดช เลือก BBL (อันดับ 1) และ KBank (อันดับ 2) เนื่องจากยังเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Trade below Book)
( **มุมมอง คุณธนเดช รังษีธนานนท์ (บล.พาย) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (13/07/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (13/07/69)
**วิเคราะห์ขั้นสุด! แผนรุก/รับหุ้นแบงก์ก่อนประกาศงบฯ? แนวโน้มหุ้น TISCO KKP TCAP BBL SCB? คุณธนเดช (13/07/69) 15.15 น.
*คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/7sYkDyE5j3Y
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








