▶ Money Plus Special (02/07/69)
***เจาะลึกหุ้นกลุ่มธนาคารไทย : ขาขึ้นรอบใหญ่ หรือใกล้ถึงทางตัน?
** สาเหตุที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง
* Sector Rotation: มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากหุ้นกลุ่มใหญ่ (เช่น DELTA) เข้ามาพักในหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ปลอดภัยและมีปันผลรองรับ
* Seasonality (ปัจจัยทางฤดูกาล): ตามสถิติช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม หุ้นกลุ่มธนาคารมักให้ผลตอบแทนเป็นบวก แม้ปันผลกลางปีจะไม่สูงเท่าปลายปี แต่เป็นช่วงที่ตลาดมักจะเล่นเก็งกำไรกัน
* ทิศทางดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยในประเทศเริ่มนิ่ง (Bottomed out) ทำให้แรงกดดันต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลง และธนาคารสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น
**คาดการณ์ผลประกอบการแบงก์ไตรมาส 2/2569
* ภาพรวม: คาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่ม (7 ธนาคาร) จะลดลงประมาณ 8% Year-on-Year (YoY) และ 10% Quarter-on-Quarter (QoQ) เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนและผลกระทบจากการลดดอกเบี้ย
* ตัวที่โดดเด่น: KKP และ TISCO ถูกคาดการณ์ว่ากำไรจะเติบโต YoY ได้ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจความมั่งคั่ง (Wealth) และค่าใช้จ่ายที่ลดลง
* ตัวที่อาจชะลอตัว: SCB, BBL, KTB และ KBANK คาดว่ากำไรจะลดลง YoY
** ปันผลกลางปีและการเติบโตในอนาคต
* ปันผลกลางปี: ส่วนใหญ่จะจ่ายในระดับเดิม (ประมาณ 2 บาท สำหรับแบงก์ใหญ่) โดยมองว่าเป็นเพียง "น้ำจิ้ม" เท่านั้น
* Dividend Payout Ratio: ธนาคารไทยเริ่มจ่ายปันผลในสัดส่วนที่สูงขึ้น (70-80%) เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อิ่มตัว ไม่ต้องลงทุนหนักเหมือนกลุ่ม Growth
* โอกาสในปีหน้า: สินเชื่อมีโอกาสกลับมาเติบโตในปี 2570 จากการลงทุนขนาดใหญ่ของเอกชน (Data Center) และโครงการร่วมทุนรัฐ-เอกชน (PPP)
**หุ้นเด่น (Top Picks)
* KTB: เด่นทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค เชื่อมโยงกับโครงการภาครัฐ เป้าหมายพื้นฐาน 40 บาท (ทางเทคนิคมองถึง 43-45 บาท)
* KKP: โดดเด่นในธุรกิจ Wealth (รายได้ค่าธรรมเนียมโตแกร่ง) และเริ่มผ่านจุดต่ำสุดของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ เป้าหมายพื้นฐาน 105 บาท
**ความรู้ระหว่างบรรทัด
* NIM Bottom Out: การที่นักวิเคราะห์บอกว่าดอกเบี้ยนิ่งคือข่าวดี หมายถึงแบงก์จะไม่มีแรงกดดันเรื่องการลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้เพิ่ม ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของกำไรได้ในระยะยาว
* Wealth Business เป็นพระเอก: ในยุคที่สินเชื่อไม่โต ธนาคารที่มีพอร์ตธุรกิจกองทุนและโบรกเกอร์ที่แข็งแกร่ง (เช่น KKP, TISCO) จะมี "กำไรคุณภาพ" จากค่าธรรมเนียมเข้ามาช่วยพยุง
* การเพิ่ม ROE ด้วยเครื่องมือการเงิน: ธนาคารเริ่มใช้วิธีซื้อหุ้นคืนหรือจ่ายปันผลสูงขึ้นเพื่อลดส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) ซึ่งจะทำให้ค่า ROE ดูดีขึ้นและดึงดูดนักลงทุน แม้กำไรจะไม่ได้โตหวือหวา
** คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
1. สำหรับผู้ที่มีหุ้นอยู่แล้ว: แนะนำให้ ทยอยล็อกกำไร เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านหรือช่วงก่อนประกาศงบและ XD (ไม่ควรเกินเดือนสิงหาคม) เพราะราคาอาจ "พักฐาน" หลังจากเล่นประเด็นปันผลกลางปีจบลง
2. สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าซื้อ: ไม่แนะนำให้ไล่ราคาที่จุดสูงสุด ควรรอจังหวะย่อตัวประมาณ 5-7% หรือรอซื้อหลังขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อต้นทุนที่ถูกกว่า
3. กลยุทธ์การเล่นงบ: หากราคาย่อตัวก่อนงบออก อาจใช้กลยุทธ์ "Buy on Fact" แต่ถ้าราคาขึ้นมารอรับข่าวแล้ว แนะนำให้ "Sell on Fact" เมื่อประกาศผลประกอบการ
4. มองข้ามช็อตไปกลุ่มอื่น: หากกลุ่มแบงก์เริ่มตึงตัว ให้สังเกต กลุ่มรับเหมา (STECON) ที่ได้ประโยชน์จาก Data Center และ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, AWC) ที่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวในไตรมาสถัดไป
( * คุณภูวดล ภูสอดเงิน (บล.บัวหลวง) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (02/07/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
*ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (02/07/69)
**หุ้นธนาคาร พุ่งสู่ท่าจบ หรือเป็นจุดเปลี่ยนขาขึ้นรอบใหญ่? KBANK KKP KTB SCB BBL ใครเด่นสุด? คุณภูวดล (02/07/69) 15.15 น.
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








