▶ Money Plus Special (04/06/69)
*** วางกลยุทธ์รับมิถุนายน : เมื่อเม็ดเงินหมุนเวียนสู่สินทรัพย์มั่นคง
** มุมมอง SET
* Valuation ยังถูก: ในช่วงต้นปี SET มีค่า PE เพียง 12-13 เท่า และมีหุ้นหลายตัวราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value)
* การปรับประมาณการกำไร (EPS Revision): หุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นหุ้นอิงราคา Commodity ซึ่งได้ประโยชน์จากสถานการณ์สงคราม ทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสถูกปรับขึ้น (Revise up) ในขณะที่ประเทศอื่นอาจถูกปรับลง
* เงินไหลเข้า (Fund Flow): ไทยกลายเป็นแหล่งพักเงิน (Safe Haven) เพราะกำไรโตดีและมีความได้เปรียบเรื่องค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้ต่างชาติได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
** ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในเดือนมิถุนายน
* การมาของ SpaceX IPO (12 มิ.ย.): เป็น IPO ขนาดใหญ่มาก (มูลค่าระดมทุนสูงเกือบเท่า GDP ไทย) ซึ่งจะดึงสภาพคล่องออกจากตลาดหุ้นทั่วโลกเพื่อไปจองซื้อหุ้นตัวนี้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Growth Stock ผันผวน
* ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางโลก: คาดว่า ECB และ BOJ จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายผ่อนคลายเป็นตึงตัว ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบลดลงและกดดันค่า PE ของตลาดหุ้นทั่วโลก
** กลยุทธ์การลงทุน "Space to Stability"
ปรับเปลี่ยนจากการไล่ราคาหุ้นอวกาศ/เทคโนโลยี (Space) มาสู่หุ้นที่มีความมั่นคงและจ่ายปันผลสูง (Stability) เพื่อรับมือความผันผวน โดยมีหุ้นเด่นที่แนะนำดังนี้:
* BBL (เป้าหมาย 198 บาท): หุ้นที่ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ปันผลสูง (ประมาณ 5.7%) และได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงการภาครัฐ
* BLA (เน้น Trading): ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และราคา (PE) ยังถูกกว่าคู่แข่งในกลุ่มประกัน
* THAI (เน้น Trading): คาดการณ์การ Turnaround จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และมีลุ้นกลับเข้าคำนวณในดัชนี SET50/SET100 ช่วงครึ่งปีหลัง
*ZJINNO80(DR หุ้นจีน): ดักรอ Fund Flow ในกลุ่ม Optic Module (รับส่งสัญญาณแสง) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ AI แทนที่การใช้ทองแดง
* UBTECH23 (DR หุ้นจีน): หุ้นกลุ่ม Humanoid Robot สำหรับการลงทุนระยะยาว (1 ปี) เพื่อรับเทรนด์ AI ในอนาคต
** ความรู้ระหว่างบรรทัด
* Fund Rotation: มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียมายังไทย เนื่องจากความกังวลเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ของไทยที่คล้ายคลึงกับอินโดนีเซียได้รับอานิสงส์
* กลไกราคาหุ้น: ราคาหุ้นขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยคือ Fundamental (พื้นฐาน) และ Funds (เงินไหลเข้า) ซึ่งในสภาวะที่ Flow เข้าแรง ไม่ควรสวนเทรนด์
* เทคนิคอลเสริม: SET มี "กระดูกสันหลัง" หรือระดับมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 1,580 จุด หากยืนเหนือระดับนี้ได้ ทางเทคนิคจะมีแนวต้านถัดไปที่กว้างถึง 1,690 - 1,720 จุด ตามแรงขับเคลื่อนของ Fund Flow
**คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
1. อย่ากลัวจนเกินไป: แม้ดัชนีจะสูงแต่ถ้า Fund Flow ยังไหลเข้า ให้ "Follow Flow" ไปก่อน แต่ต้องกำหนดจุด Stop Loss ที่ชัดเจน
2. เฝ้าระวังระดับ 1,580 จุด: หากดัชนีหลุดระดับนี้ แสดงว่าแรงซื้อจากต่างชาติเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ให้เริ่มระมัดระวังและลดน้ำหนักการลงทุน
3. เน้นเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy): โฟกัสหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ทนความผันผวนได้ดี เช่น กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GULF) หรือหุ้นปันผลสูง
4. จับตาปัจจัยต่างประเทศ: โดยเฉพาะวันที่ 11-12 มิ.ย. ซึ่งมีทั้งการประชุมธนาคารกลางและการ IPO ของ SpaceX ที่จะส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนทั่วโลก
( * มุมมอง :คุณภราดร เตียรณปราโมทย์ (บล.เอเซีย พลัส) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (04/06/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
*ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (04/06/69)
**SET สะท้านผ่าน 1,600 จุด! ควรกลัว/กล้า ตอนไหน? เจาะหุ้นเด่นไหนดักเงินไหลเข้า? คุณภราดร (04/06/69) 15.15 น.
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








