▶ Money Plus Special (20/04/69)
***ตลาดพักฐาน...โอกาสเก็บของ? กลยุทธ์หมุนเงินสู้ศึกหุ้นไทยไตรมาส2?
**มุมมองภาพรวมตลาดและปัจจัยมหภาค
* สถานการณ์สงคราม: มองว่าอยู่ในช่วง "ท้ายเกม" (Late Game) ของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งตลาดรับรู้ปัจจัยนี้มานานกว่า 2 เดือนแล้ว
* ราคาน้ำมัน: เป็นตัวชี้วัดความรุนแรงของสงคราม ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเริ่มย่อตัวลง และราคาในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Series ไกล) อยู่ในภาวะ Backwardation (ราคาอนาคตต่ำกว่าปัจจุบัน) สะท้อนว่าระยะยาวราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง
* เป้าหมาย SET Index : บล.เอเซีย พลัส ให้เป้าหมายปลายปีที่ 1,580 จุด โดยมองว่าภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ของไทยยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
** กลยุทธ์การลงทุนในช่วงไตรมาส 2
* แนวโน้มระยะสั้น: ตลาดมีโอกาสปรับฐานในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จากปัจจัยการขึ้นเครื่องหมาย XD (กดดันดัชนีประมาณ 20 จุด), ปรากฏการณ์ Sell in May, และการอ่อนตัวของกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมัน
* กรอบดัชนี: ให้แนวรับสำคัญที่ 1,400 - 1,410 จุด และแนวต้านที่ 1,500 - 1,540 จุด
* คำแนะนำการลงทุน: ให้ถือเงินสดสำรองไว้ประมาณ 30% เพื่อรอจังหวะสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อตัวลงมาในโซนแนวรับ
* Sector Rotation: แนะนำให้ ลดน้ำหนัก (Take Profit) ในกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี แล้ว หมุนเงินเข้าสะสม กลุ่มที่เคยถูกกดดันจากราคาน้ำมันสูง เช่น ท่องเที่ยว, โรงพยาบาล, และโรงไฟฟ้า
** หุ้นเด่นแนะนำ (Top Picks)
* BDMS (โรงพยาบาลกรุงเทพ): เป้าหมายพื้นฐาน 23 บาท เป็นหุ้น Defensive ที่ทนทานต่อตลาดขาลง และมีข้อมูลว่าผู้บริหารซื้อหุ้นสะสมต่อเนื่องในปีนี้กว่า 2,000 ล้านบาท ที่ต้นทุนเฉลี่ย 18.80 บาท (ปัจจุบันราคาต่ำกว่าทุนผู้บริหาร)
* COM7: เป้าหมายพื้นฐาน 30.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE ต่ำเพียง 12 เท่า มีปัจจัยหนุนจากธุรกิจใหม่คือ Solar Rooftop ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่าการขายมือถือ และคาดหวังมาตรการกระตุ้นจาก ครม.
* THAI (การบินไทย): แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น เป้าหมาย 7 บาท (คัทลอสที่ 6 บาท) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง และมีลุ้นกลับเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งปีหลัง
** ประเด็นหุ้นกลุ่ม CP (CPALL & CPXT)
* ประเด็นการปรับโครงสร้าง: เกิดภาวะ Overhang (ความไม่แน่นอน) หลังจากกรรมการอิสระไม่เห็นชอบกับการโอนย้ายบริษัทย่อยไปอยู่ภายใต้ Holding ของ Virtual Bank ซึ่งจะมีการเสนอในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเดือนพฤษภาคม
* มุมมองการลงทุน: แม้จะมีปัจจัยกดดันระยะสั้น แต่ บล.เอเซีย พลัส ยังแนะนำ "ซื้อ" CPALL (เป้าหมาย 59 บาท) ส่วน CPXT (สยามแม็คโคร) แนะนำเพียง "ถือ" (เป้าหมาย 16.20 บาท) เพื่อรอความชัดเจนของโครงสร้างธุรกิจและหนี้สิน
** มุมมองหุ้นกลุ่มธนาคาร (KKP, TTB, KTB)
* KKP: งบไตรมาส 1/69 ออกมา ดีเกินคาด (+84% YoY) จากรายได้ค่าธรรมเนียมและขาดทุนรถยึดที่ลดลง ให้เป้าหมาย 79 บาท และยังเก็งกำไรรับปันผลได้
* TTB: กำไรออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย NIM ทรงตัวได้ดี ให้เป้าหมายปลายปี 2.42 บาท
* KTB: ราคาหุ้น Outperform ที่สุดในกลุ่ม แต่ช่วงนี้ย่อตัวแรงหลัง XD แนะนำรอให้ราคายืนเหนือ 31 บาท (เส้น EMA 100) ได้ก่อนค่อยพิจารณาเข้าสะสมใหม่
(**มุมมอง : คุณภราดร เตียรณปราโมทย์ (บล.เอเซีย พลัส) ในรายการ Money Plus Special (20/04/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (20/04/69)
✅ ตลาดพักฐาน...โอกาสเก็บของ? มุมมอง 3 หุ้นพิมพ์นิยม CPALL-TISCO-KKP ? คุณภราดร (20/04/69) 15.15 น.








