▶ Money Plus Special (31/03/69)
***ปรับพอร์ต รับ ครม. ชุดใหม่ : กลยุทธ์ 3 หุ้น “หุ้มเกราะ”?
** สถานการณ์ภาพรวมและกลยุทธ์การลงทุน
* ปัจจัยต่างประเทศ: ราคาน้ำมันโลกยังสูงเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล, ขณะที่สถานการณ์สงครามยังมีความไม่แน่นอนสูง
* ปัจจัยในประเทศ: มีการโปรดเกล้าฯ ครม. ชุดใหม่ เรียบร้อยแล้ว เตรียมแถลงนโยบายและประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่, นอกจากนี้ยังมีข่าวการลงทุนจาก Microsoft กว่า 3 หมื่นล้านบาทในไทย
* เป้าหมายดัชนี (SET Target): หลักทรัพย์ฟิลิปยังคงเป้าหมายปลายปีไว้ที่ 1,535 จุด (PE ประมาณ 16.5 เท่า), โดยมองว่าช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเดินหน้าได้เต็มที่จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ
** กลยุทธ์แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
**กลุ่มพลังงาน:
* ต้นน้ำ (เช่น PTTEP): แนะนำทยอยขายทำกำไร เนื่องจากราคาขึ้นมาเยอะแล้ว และหากสงครามคลี่คลายราคาน้ำมันอาจย่อตัวลง
* กลางน้ำ-ปลายน้ำ (ปิโตรเคมี): มีความน่าสนใจมากกว่า โดยเฉพาะตัวที่มีสเปรดผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว
* โรงไฟฟ้า: แนะนำกลุ่มที่โดนผลกระทบจากราคาก๊าซจำกัด หรือเป็นพลังงานหมุนเวียน เช่น GULF และ GUNKUL
** กลุ่มธนาคาร: แนะนำถือเพื่อรับปันผล (XD ช่วงเดือนเมษายน) โดยชอบ BBL (มีความแกร่งในสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และสำรองสูง) และ KTB (ได้อานิสงส์จากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ)
** กลุ่ม ICT: เป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจจากการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและ Data Center โดยนาทีนี้ชอบ TRUE มากกว่า ADVANC
** กลุ่มค้าปลีก อาหาร และเครื่องดื่ม:
* ค้าปลีก: งบไตรมาส 1 อาจยังไม่ดีนัก แนะนำแค่เก็งกำไรรับมาตรการรัฐ
* อาหารและเครื่องดื่ม: มีความน่าสนใจมากกว่าเนื่องจากได้ประโยชน์จากราคาสัตว์บก (หมู-ไก่) ที่ปรับตัวขึ้น
** กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: ยังไม่รีบซื้อเพื่อหวังการเติบโต แต่สามารถซื้อเพื่อรับปันผลได้ในบางตัว เช่น AP, SC, SIRI
** กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: ได้ประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนของ Microsoft และการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ เช่น AMATA, WHA
** ไฮไลท์ 3 หุ้นเด่น "หุ้มเกราะ"
1. CPF : ราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และราคายังแลกการ์ด (Laggard) เมื่อเทียบกับกลุ่ม (เป้าพื้นฐาน 23.30 บาท)
2. TRUE : คาดกำไรไตรมาส 1 โตดีจากการคุมต้นทุนและรายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรับอานิสงส์ Data Center/AI (เป้า Consensus 16 บาท)
3. IVL : สเปรดผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการควบรวมบริษัทในอินเดียเพื่อเพิ่ม EBITDA และมีฐานการผลิตกระจายอยู่ทั่วโลกช่วยลดความเสี่ยงวัตถุดิบ (เป้าเฉลี่ย Consensus 25.66 บาท)
สรุปกลยุทธ์: สำหรับผู้ที่สะสมหุ้นมาแล้วให้ถือต่อเพื่อรอการฟื้นตัวหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ส่วนการลงทุนใหม่เน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับและได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐหรือแนวโน้มราคา สินค้าที่ปรับตัวขึ้นครับ
( มุมมอง : คุณชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ , CISA (บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)) ในรายการ Money Plus Special (31/03/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (31/03/69)
✅ได้เวลาปรับน้ำหนักหุ้นรับ ครม.ชุดใหม่? 3 หุ้น “หุ้มเกราะ”? คุณชุติกาญจน์ (31/03/69) 15.15 น
**คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/TvMjbDNiljY
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.
(ชมสดเฉพาะ Youtube/ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana)
คลิกลิงค์ YOUTUBE ช่อง Money Plus by Yuthana : www.youtube.com/@MoneyPlusSpecial
คลิกลิงค์ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana : www.facebook.com/MoneyPlusByYuthana
คลิกลิงค์ TikTok ช่อง Money Plus by Yuthana : //www.tiktok.com/@moneyplusbyyuthana








