▶ Money Plus Special (30/03/69)
***กลยุทธ์ลงทุนสู้ศึก : "รอดก่อนค่อยรวย" ในภาวะสงครามและน้ำมันแพง?
** สถานการณ์สงครามและความผันผวนของตลาด
* ความไม่แน่นอนสูง: สถานการณ์สงครามในปัจจุบันมีความผันผวนตลอดเวลาและไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากจุดเริ่มต้นและจุดจบของความขัดแย้งไม่ชัดเจน ทำให้ตลาดเกิดการแกว่งตัวอย่างรุนแรง
* ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: สงครามส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน (น้ำมัน) และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
* ปฏิกิริยาของตลาดหุ้น: ตลาดหุ้นมักตอบสนองต่อข่าวร้ายอย่างรุนแรงและรวดเร็วกว่าความเป็นจริง (Overreact) เหมือนการตีความว่า "มีดบาดนิ้ว" เท่ากับ "นิ้วขาด" เพื่อสะท้อนความเสี่ยงสูงสุดไปก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ดีดตัวกลับเมื่อสถานการณ์ชัดเจนขึ้น
** ความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและเศรษฐกิจจริง
* Time Delay: ตลาดหุ้นจะสะท้อนความคาดหวังล่วงหน้าไปก่อน (ประมาณ 6 เดือน) ในขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง (GDP) จะตามมาทีหลัง โดยมักจะเห็นผลชัดเจนในปีถัดไป,
* สัญญาณ Recession: จากสถิติในอดีต หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 50% มักจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) แทบทุกครั้ง
* โครงสร้างตลาดหุ้นไทย: ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าหลายประเทศ (เช่น ญี่ปุ่น หรือเกาหลี) เนื่องจากมีโครงสร้างกำไรจากกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ถึง 1 ใน 3 ซึ่งกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ช่วยค้ำยันดัชนีไว้ได้
** กลยุทธ์การลงทุนในช่วงสงครามคุกรุ่น
* จังหวะการลงทุน: "ขึ้นแรงไม่ไล่ รอย่อค่อยซื้อ" เพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป,
* 3 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ:
1. Soft Commodity: สินค้าเกษตรและอาหารที่ราคายังอยู่ด้านล่างและมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามต้นทุนพลังงานt
2. หุ้นที่มีประเด็นเฉพาะตัว: หุ้นที่มีข่าวบวกหรือ Story สนับสนุนเป็นรายตัว
3. เน้นหุ้นปันผล: ควรเลือกหุ้นที่มีอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 3% ขึ้นไป เพื่อเป็นกระแสเงินสดเลี้ยงพอร์ตหากสถานการณ์ยืดเยื้อ,
* การจัดพอร์ต (Asset Allocation): แนะนำสูตรสมดุลคือ หุ้น 55%, ตราสารหนี้ (Fixed Income) 30% และสินทรัพย์ทางเลือก 15% โดยอาจใช้เครื่องมืออย่าง ELN เพื่อช่วยสร้างผลตอบแทนระหว่างรอซื้อหุ้นในราคาที่ต้องการ
** 3 หุ้นเด่น (Top Picks)
* CPF : เป็นหุ้น Soft Commodity ที่ทำธุรกิจครบวงจร ได้ประโยชน์จากราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวขึ้น ปันผลคาดการณ์ประมาณ 4.8% (เป้าหมาย 23.20 บาท)
* ITC : ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการส่งออกเติบโตโดดเด่น มี Margin แข็งแรง และปันผลสูงประมาณ 5.7% (เป้าหมาย 18.90 บาท)
* CK : ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและโครงการ PPP มี Backlog ในมือสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท รองรับรายได้ไปอีก 4 ปี (เป้าหมาย 19.00 บาท)
** มุมมองทางเทคนิคอล8และดัชนีเป้าหมาย
* SET Index: มองแนวรับสำคัญที่ 1,420 จุด และกรณีเลวร้ายสุดที่ 1,330 จุด ส่วนเป้าหมายปลายปีอยู่ที่ 1,580 จุด บนสมมติฐาน EPS 95 บาท และดอกเบี้ยนโยบายที่คงตัว,
* หุ้นอื่นที่มีสัญญาณน่าสนใจ: นอกจากหุ้นเด่นข้างต้น ยังมีการพูดถึง IVL ที่มีข่าวควบรวมกิจการในอินเดีย ซึ่งเป็น Sentiment บวกต่อราคาหุ้น, รวมถึงกลุ่มพลังงานอย่าง PTT และ PTTGC ที่อาจได้อานิสงส์หากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง
( มุมมอง : คุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม (บล.เอเซีย พลัส) ในรายการ Money Plus Special (30/03/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (30/03/69)
✅ “ผ่านจุดเดือดสุด แต่ยังคุกรุ่น” สงครามยังไม่จบ! กลยุทธ์รับมือให้อยู่รอดพอร์ตไม่พัง? คุณเทิดศักดิ์ (30/03/69) 15.15น.
**คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/zOg_Ku7Ro7o
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.
(ชมสดเฉพาะ Youtube/ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana)
คลิกลิงค์ YOUTUBE ช่อง Money Plus by Yuthana : www.youtube.com/@MoneyPlusSpecial
คลิกลิงค์ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana : www.facebook.com/MoneyPlusByYuthana
คลิกลิงค์ TikTok ช่อง Money Plus by Yuthana : //www.tiktok.com/@moneyplusbyyuthana








