▶ Money Plus Special (16/03/69)
*** กลยุทธ์ลงทุน “ดักพักรบ” : เจาะหุ้น 5 เสือ และเทคนิคเอาตัวรอดในตลาดผันผวน
**วิเคราะห์สถานการณ์สงครามและผลกระทบต่อตลาดหุ้น (SET Index)
* ระยะเวลาของสงคราม: คาดว่าสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านจะไม่จบเร็วแต่จะไม่ยืดเยื้อเท่ารัสเซีย-ยูเครน ประเมินกรอบเวลาไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 2 เดือน (น่าจะเห็นความชัดเจนช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม)
* ทิศทางของ SET Index: มองเป็นลักษณะ Sideway to Sideway Down เนื่องจากความผันผวนจากข่าวรายวัน, โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,380 จุด (เพื่อลงไปปิด Gap) และมีแนวต้านที่แข็งแกร่งในช่วง 1,430 จุด หากทะลุได้จะมีลุ้นไปปิด Gap บนที่ 1,460 จุด
* ปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมัน: ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Oil Import) โดยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูงถึง 6.5% ของ GDP หากราคาน้ำมันดิบเกิน 95 เหรียญต่อบาร์เรล จะส่งผลเชิงลบต่อ GDP และ EPS ของไทยอย่างมีนัยสำคัญ
** กลยุทธ์การลงทุนแยกตามประเภทนักลงทุน
* สายเก็งกำไร (Trading): แนะนำให้ "เล่นจบในวัน" ไม่ควรห่อหุ้นข้ามคืนเพราะแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติยังคงมีอยู่, กลุ่มที่น่าสนใจคือหุ้นขนาดเล็กที่ไม่พึ่งพาเม็ดเงินต่างชาติ เช่น กลุ่มไบโอดีเซล น้ำมันปาล์ม เอทานอล น้ำตาล และยางพารา (เช่น BBGI, GGC, KSL, STA) ซึ่งได้ประโยชน์ทางอ้อมจากนโยบายพลังงานในช่วงขาดแคลน
* สายรับความเสี่ยงได้ต่ำ/ลงทุนระยะยาว: แนะนำกลุ่ม ICT ซึ่งเป็นหุ้น Defensive ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามน้อย มีกระแสเงินสดดีและปันผลสูง (4-5% ต่อปี) เช่น ADVANC และ TRUE
** เจาะลึกหุ้น 5 เสือ (หุ้นใหญ่ที่นักลงทุนสนใจ)
1. ADVANC: เป็น "หลุมหลบภัย" ที่ดี เป้าหมายพื้นฐาน 390 บาท แนะนำรอซื้อเมื่อย่อตัวที่แนวรับ 370-368 บาท
2. BCH : หุ้นโรงพยาบาลท็อปพิก ได้ประโยชน์จากการที่คูเวตเริ่มส่งผู้ป่วยกลับมา และมีสัดส่วนลูกค้าตะวันออกกลางน้อย (3%) เป้าหมาย 13.80 บาท แนวรับ 10 บาท
3. BCP : ได้รับผลกระทบจากสงครามจำกัดเพราะใช้แหล่งน้ำมันในประเทศและภูมิภาคเป็นหลัก (นำเข้าจากตะวันออกกลางเพียง 10%) คาดมีกำไรจากสต็อกน้ำมันมหาศาลใน Q1 เป้าหมาย 47.50 บาท แนวรับ 36.5-35.5 บาท
4. CPAXT : ไม่แนะนำให้ซื้อในเชิงพื้นฐานขณะนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบทางอ้อมจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่สามารถเล่นรอบตามเทคนิคได้
5. PTTGC: โดดเด่นที่สุดในกลุ่มปิโตรเคมี เพราะใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเป็นวัตถุดิบ ซึ่งต้นทุนปรับขึ้นช้ากว่าน้ำมัน (มี Lag time 3-6 เดือน) ทำให้ได้ Spread กำไรกว้างขึ้น,, แนะนำ "Follow Buy" หากทะลุ 29 บาท เป้าหมายสูงสุด (IAA Consensus) 32 บาท
** หุ้นเด่น (Top Picks) และสินทรัพย์แนะนำ
* 3 หุ้นเด่นวันนี้:
1. PTTGC (เก็งกำไรระยะสั้นตามสถานการณ์สงคราม)
2. KTB (ความเสี่ยงต่ำ ปันผลดี 2.24 บาท ขึ้น XD 10 เม.ย. นี้ เป้าหมาย 38 บาท),,
3. GULF (โครงสร้างกำไรแข็งแกร่ง กระจายความเสี่ยงดี และได้รับผลกระทบจากต้นทุนก๊าซจำกัด เป้าหมาย 70 บาท),,
* น้ำมัน vs ทองคำ: สำหรับสายซิ่ง คุณอาทิตย์เลือก "น้ำมัน" เนื่องจากสงครามยังไม่จบและมีโอกาสทดสอบ High เดิมที่ 120 เหรียญ ส่วนทองคำมองว่ากำลังอยู่ในช่วงพักตัว (Sideways)
( มุมมอง : คุณอาทิตย์ จันทร์สว่าง (บล.กรุงศรี) ในรายการ Money Plus Special (16/03/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (16/03/69)
✅"คิดเชิงกลยุทธ์" หุ้น ADVANC BCH BCP CPAXT PTTGC? วางแผนดักพักรบอยางไร? คุณอาทิตย์ (16/03/69) 15.15 น.
**คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/nZh3lz3iLQ8
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.
(ชมสดเฉพาะ Youtube/ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana)
คลิกลิงค์ YOUTUBE ช่อง Money Plus by Yuthana : www.youtube.com/@MoneyPlusSpecial
คลิกลิงค์ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana : www.facebook.com/MoneyPlusByYuthana
คลิกลิงค์ TikTok ช่อง Money Plus by Yuthana : //www.tiktok.com/@moneyplusbyyuthana








