▶ Money Plus Special (12/03/69)
***เจาะกลยุทธ์หุ้นไทย : ลงทุนอย่างไรเมื่อตะวันออกกลางยังเดือด ?
จากการวิเคราะห์สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยคุณสรพงษ์ จักรธีรังกูรจาก บล. กสิกรไทย
**ฉากทัศน์ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง (Scenario Analysis)
ทางหลักทรัพย์กสิกรไทยได้แบ่งผลกระทบออกเป็น 3 กรณี เพื่อประเมินทิศทางของดัชนี SET และเศรษฐกิจไทย:
*กรณีที่ 1: ความขัดแย้งจำกัดพื้นที่ (Limited Conflict): เป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดมากที่สุดตามมุมมองของคุณสรพงษ์ โดยคาดว่าการสู้รบจะกินเวลาไม่เกิน 1 เดือน ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล GDP โต 1.7% และเป้าหมาย SET Index อยู่ที่ 1,480 จุด
*กรณีที่ 2: สงครามระดับภูมิภาค (Regional War): หากมีการตอบโต้อย่างกว้างขวาง ราคาน้ำมันอาจขึ้นไปถึง 80 ดอลลาร์ GDP โต 1.3% และเป้าหมาย SET จะอยู่ที่ 1,385 จุด
*กรณีที่ 3: ความขัดแย้งขยายตัวทั่วโลก (Global Escalation): กรณีเลวร้ายที่สุด ราคาน้ำมันอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ GDP จะเหลือเพียง 0.5-0.7% และ SET Index อาจร่วงลงไปที่ 1,170 จุด
**กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA & WHA)
แม้จะได้รับผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นจากความไม่แน่นอน แต่ในระยะกลางถึงยาว กลุ่มนี้ยังแข็งแกร่งจากการที่ไทยเป็น "Safe Zone" สำหรับนักลงทุนต่างชาติ
* WHA: โดดเด่นใน ระยะสั้น เพราะมียอดขายที่ดินสะสม (Backlog) ที่รอโอนจำนวนมากในไตรมาส 1 และครึ่งปีแรก มีการกระจายรายได้ที่ดีจากธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า รวมถึงได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแส Data Center ที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่, เป้าพื้นฐาน 4.80 บาท
* AMATA: เหมาะสำหรับการลงทุน ระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นยังถูก (ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี), และมีโอกาสเติบโตจากการขยายโครงการในลาวที่จะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 3 บริษัทกำลังปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เป้าพื้นฐาน 22.80 บาท
**กลุ่มห้างสรรพสินค้า (CPN)
เป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ ชอบมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแกร่งรอบด้าน,:
* กลยุทธ์การเติบโต: เน้นการปรับปรุงศูนย์เดิม (Project Enhancement) เพื่อเพิ่มค่าเช่า และการเปิดศูนย์ใหม่ต่อเนื่อง เช่น ที่นครปฐม และโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในอนาคต
* ความทนทาน: ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันจำกัด เนื่องจากต้นทุนหลักคือค่าไฟฟ้า ซึ่งบริษัทมีการติดตั้ง Solar Roof เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนไว้แล้ว, เป้าพื้นฐาน 75 บาท
**กลุ่มที่อยู่อาศัย (AP & SC)
ภาพรวมกลุ่มนี้ถูกจัดอันดับเป็น "Neutral" (เท่ากับตลาด) เพราะยังเผชิญความท้าทายจากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่สูง
* AP (แชมป์กลุ่ม): มีความสามารถในการรักษา Margin และส่วนแบ่งการตลาดได้ดีเยี่ยม มีการพัฒนาโครงการกระจายตัวสม่ำเสมอทุกไตรมาส ทำให้ไม่ต้องลุ้นผลประกอบการเฉพาะช่วงปลายปี และให้ปันผลประมาณ 6% เป้าพื้นฐาน 9.50 บาท
* SC Asset (รองแชมป์): โดดเด่นใน ตลาดระดับบน ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนมากนัก, กำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น โรงแรม และคลังสินค้า ปันผลสูงถึง 9% เป้าพื้นฐาน 2.61 บาท
**กลยุทธ์การลงทุน :สำหรับนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัย คุณสรพงษ์แนะนำให้เลือกบริษัทที่ยังมี การเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่ชัดเจน (Active Movement) และจ่าย ปันผลในระดับที่น่าพอใจ เพื่อรอจังหวะที่วัฏจักรธุรกิจ (Cycle) จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง โดยมองว่าราคาหุ้นหลายตัวในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (Bottom) แล้ว
( มุมมอง : คุณสรพงษ์ จักรธีรังกูร ( บล. กสิกรไทย ) ในรายการ Money Plus Special (12/03/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
**ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (12/03/69)
✅ "ตะวันออกกลาง" ยังเดือด! วางน้ำหนักลงทุน AMATA WHA CPN อย่างไร? เจาะลึก AP SC? คุณสรพงษ์ (12/03/69) 15.15 น.
**คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/h_IjLkcmt_0
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.
(ชมสดเฉพาะ Youtube/ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana)
คลิกลิงค์ YOUTUBE ช่อง Money Plus by Yuthana : www.youtube.com/@MoneyPlusSpecial
คลิกลิงค์ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana : www.facebook.com/MoneyPlusByYuthana
คลิกลิงค์ TikTok ช่อง Money Plus by Yuthana : //www.tiktok.com/@moneyplusbyyuthana








